Thai Stick 1 ใน 5 สุดยอดกัญชาดีเท่าที่โลกเคยมีมา

ลอยแบบมีสติ สมาธิจัดเต็ม พร้อมสรรพคุณรักษาโรคด้วยผลวิจัยทางการแพทย์ จนทั่วโลกยอมรับว่า นี่คือ 1 ใน 5 สุดยอดกัญชาดีเท่าที่เคยมีมา แต่เหตุใด “Thai Stick” หรือ หางกระรอก กัญชาสายพันธ์ไทยแท้ จึงได้รับสมญานามนี้มาครองได้ คำถามนี้มีคำตอบรออยู่
Thai Stick หรือ หางกระรอก กัญชาสายพันธ์ไทย ที่ดังไกลทั่วโลกมาตั้งแต่ยุค 1970 หรือ ช่วงสงครามเวียตนาม ซึ่งคำว่า “Thai Stick” มาจากศิลปะในกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ จนได้กัญชาลักษณะเป็นแท่งตรงเรียวยาวคล้ายแท่งไม้ เมื่อเหล่าทหารอเมริกายกทัพเข้ามาปฎิบัติภารกิจในแดนสยามได้ลิ้มลองต่างล้วนติดใจ ทำให้มีการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาตลอดจนหลายประเทศในยุโรป จนไม่ว่าชาติใดต่างก็ซูฮกว่า “กัญชาไทยดีที่สุดในโลก” แต่ท้องฟ้าย่อมมีวันเปลี่ยนสี เพราะเมื่อสิ้นสุดสงคราม รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กดดันให้เกิดการปราบปรามกัญชาในประเทศไทยแบบเต็มขั้น
แสงสว่างจาก “Thai Stick” จึงค่อยๆดับและหายไปจากประเทศไทย ทั้งในแง่ขององค์ความรู้ด้านการผลิต และในด้านของสายพันธุ์กัญชาแบบต้นตำรับ จนครั้งหนึ่ง Thai Stick ถูกขนานนามว่าเป็น Lost Art หรือศิลปะที่หายสาบสูญ
สายพันธ์หางกระรอก เป็นสายพันธ์กัญชาซึ่งขึ้นบริเวณเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร โดยความแตกต่างอย่างเหนือชั้นซึ่งทั่วโลกต่างพากันยอมรับ มาจากฤทธิ์หลังการสูบที่นอกจากทำให้อารมณ์ดีแล้ว ยังไม่คลื่นไส้เวียนหัว แถมมีสติครบ 100 เปอร์เซ็นต์พร้อมทำงานต่อได้อย่างมีสมาธิเป็นเลิศ
และที่สำคัญมีผลการวิจัยยืนยันทางการแพทย์ว่า กัญชาสายพันธ์หางกระรอก มีปริมาณค่า THC อันเป็นสารสำคัญที่นำมาใช้รักษาผู้ป่วยสารพัดโรค ตั้งแต่ โรคลมชักในเด็ก ,โรคชักเกร็ง, ปวดระบบประสาท ตลอดจน บำบัดความเจ็บปวดจากการทำคีโมของเหล่าผู้ป่วยโรคมะเร็ง สูงกว่ากัญชาทุกสายพันธ์บนโลก โดยปริมาณของค่า THC ซึ่งสูงกว่าสายพันธ์อื่นทั่วโลกนั้น มาจาก 2 ปัจจัย โดยอย่างแรกเชื่อว่ามาจากการที่ “หางกระรอก” เป็นสายพันธ์แท้ดั้งเดิมที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติบริเวณเทือกเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร และ อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญมาจากภูมิอากาศ ความชื้น ดินและแสงแดดที่เหมาะสม
ปัจจุบันมีการนำ กัญชาสายพันธ์หางกระรอก มาใช้เป็นยารักษาแบบ “แพทย์ทางเลือก” โดยในไทยมีก็มีการนำมาใช้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลด้วย อย่าง “คลินิกหางกระรอก” ที่ โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อจาโร จ.สกลนคร โดยจากข้อมูลเมื่อ 1 มกราคม 2563 ระบุจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วย ตำรับยาจากกัญชาสายพันธ์หางกระรอกมากถึง 120 คน จากการประเมินผลอาการดีขึ้น 116 คน ส่วนอีก 4 พบอาการข้างเคียงจึงขอหยุดการรักษา ซึ่งในจำนวนนี้เป็น ผู้ป่วยมะเร็ง 20 ราย ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และใน 120 คนนี้มีผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย 5 ราย แม้จะยังไม่มีผลวิจัยทางการแพทย์รับรองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า “กัญชาใช้รักษามะเร็งได้” แต่ด้วยสรรพคุณพิเศษทั้งช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความกังวล และกระตุ้นความอยากอาหาร อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยฟื้นสภาพจิตใจตลอดจนร่างกายที่ย่ำแย่ให้พร้อมเผชิญหน้ากับเรื่องร้ายที่พบเจอ อย่างไรก็ตาม เหรียญมีสองด้าน เมื่อมีประโยชน์ย่อมมีโทษหากใช้เกินขนาด หรือ ผิดวิธี ดังนั้นหากต้องการใช้กัญชาเป็นยารักษาทางการแพทย์ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์หรือเลือกบริโภคผลิตภัณฑ์ซึ่งได้รับการรับรองว่ามีสรรพคุณทางยาจากกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น เพื่อตัวคุณ เพื่อสังคม และ เพื่อประเทศ

แสดงความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะมีการเผยแพร่