วิธีปรุงอาหารด้วยกัญชาอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

กัญชาได้รับอนุญาตให้นำมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นเครื่องดื่ม แต่ก็นับว่ายังเป็นการปลดล็อคเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น กิ่ง ราก ก้าน ใบกัญชา ยกเว้นช่อดอกที่ยังถือว่าเป็นสารเสพติด ให้นำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น

ในกัญชามีสาร Cannabinoid อยู่หลายชนิดที่ส่งผลต่อระบบ Endocannabinoid ในประสาทส่วนกลางและส่วนปลายของมนุษย์ และมราหลายคนรู้จักกันดีคือ Delta-9-Tetra-Hydrocanabinol (THC) ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทและจิตใจทำให้เกิดอาการ High หรือเมาได้ ส่วน  Cannabidiol (CBD) ไม่ส่งผลต่อประบบประสาท และไม่ทำให้เกิดอาการ High จึงถูกนิยมมาใช้รักษาโรคและบรรเทาอาการเจ็บป่วย

ซึ่งกัญชาสายพันธุ์ไทยอย่าง หางกระรอก หางกระรอกก้าน หรือ ตะนาวศรี จะมีสาร THC มากกว่า CBD โดยเฉลี่ยประมาณ 1-2 มิลิกรัมต่อ 1 ใบ ซึ่งใบกัญชาสดจะมีสาร Tetrahydrocannabinol Acid (THCA) และ Cannabidiol Acid (CBDA) ซึ่งไม่มีผลต่อระบบประสาท แต่เมื่อนำมาผ่านกระบวนความร้อนที่เหมาะสม หรือทำให้แห้ง สารเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็น THC และ CBD

 

แล้วถ้านำไปประกอบอาหารอย่างไรถึงถูกวิธีและปลอดภัย

ต้องบอกก่อนว่าสาร THC และ CBD เมื่อถูกนำไปผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 100-140 องศา ในเวลาที่เหมาะสมถึงจะสามารถเปลี่ยนสาร THCA ให้เป็น THC และ CBDA ให้เป็น CBD ได้ โดยผ่านตัวทำละลายอย่างน้ำ มันจึงสามารถดึงสารออกมาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากสาร THC และ CBD เกาะกับไขมันได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าต้องการนำไปปรุงอาหารหรือประกอบอาหารจากใบกัญชาสดนั้นควรนำใช้กับอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ทอดด้วยน้ำมัน หรือนำมาละลายกับเนย

ซึ่งใบกัญชาสดก็สามารถรับประทานได้เช่นกัน จะทำไปปั่นทำสมูทตี้หรือกินสดเป็นผักเคียง นำทาทานแบบสลัดก็ได้ เพราะสาร THCA และ CBDA ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกันทั้ง ลดอักเสบ ปกป้องสมอง ต้านการชัก ต้านอาเจียน

ในส่วนของใบแห้งจะมีสาร THC และ CBD อยู่เนื่องจากผ่านกระบวนการอบแห้งจึงทำให้มีสาร THC และ CBD อยู่แล้ว ถ้าหากนำมาปรุงด้วยความร้อน ก็จะยิ่งเพิ่มสาร THC และ CBD มากขึ้นตามไปด้วย

 

ที่มา : www.siamcannabiz.com/blogs/news/how-to-use-cannabis-leaves

แสดงความคิดเห็น

โปรดทราบว่าความคิดเห็นจะต้องได้รับการอนุมัติก่อนที่จะมีการเผยแพร่